UBRU Learning Management System

RSS
รูปภาพของภัทรภร เจริญบุตร
บุคคลทั่วไป

วิชาสังคมวิทยาการสาธารณสุข ..เอกสารประกอบหัวข้อที่ 2

ให้นักศึกษาอ่านประกอบหัวข้อโครงสร้างของสังคมไทยอดีตและปัจจุบัน

สำหรับเรื่องราวในลิ้งค์นี้จะเกี่ยวกับวิถีชาวบ้านในชุมชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ค่ะ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pogghi&month=12-11-2008&group=8&gblog=3 

อ.ภัทรภร 11 มิ.ย.55

รูปภาพของภัทรภร เจริญบุตร
บุคคลทั่วไป

เอกสารประกอบการเรียน บทที่ 1 แนวคิดความสำคัญของงานวิจัย และจรรยาบรรณในการทำวิจัย โดย สภาวิจัยแห่งชาติ (สกว.) pdf file ka ตาโต

[ แก้ไขแล้ว: Tuesday, 5 June 2012, 04:16PM ]
รูปภาพของภัทรภร เจริญบุตร
บุคคลทั่วไป

Assignment 1

อ่านประวัติ Hippocrates

และแสดงความรู้สึกต่อเรื่องที่อ่าน

[ แก้ไขแล้ว: Tuesday, 5 June 2012, 01:59PM ]
ศึกษาดูงาน ปักกิ่ง พ.ค.53
บุคคลทั่วไป

แบ่งกลุ่มตามอัธยาศัย กลุ่มละ ๑๑ คน
แต่ละกลุ่มให้เลือกค้นคว้าเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนี้
๑. ศิลปะท้องถิ่น เช่น จิตรกรรม การปั้น การวาด
๒. ดนตรี มหรสพหรือแสดงของท้องถิ่น เช่น การเล่นดนตรีของท้องถิ่น ท่าร่ายรำ ชุดการแสดงในท้องถิ่น
๓. ศาสนา พิธีกรรม และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เช่น ประเพณีสำคัญ
๔. การดำรงชีวิตด้านการเกษตรกรรม เช่น เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ประมง
๕. การดำรงชีวิตด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร เช่น อาหารท้องถิ่น งานหัตถกรรม
๖. ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เช่น ความเป็นมาของหมู่บ้าน ประวัติสถานที่ท่องเที่ยว บุคคลสำคัญของท้องถิ่นในอดีต
๗. การบริหารจัดการภายในท้องถิ่นภายโดยชุมชน เช่น การแก้ปัญหาข้อพิพาทของกลุ่มคนในท้องถิ่น การกำหนดกติกาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภายในชุมชน

ประเด็นหลักสำหรับการวิเคราะห์ของแต่ละภูมิปัญญา
- สถานที่ตั้ง / พื้นที่ที่ศึกษา
- ชื่อภูมิปัญญา ความหมาย ความสำคัญของแต่ละภูมิปัญญา ยกตัวอย่าง มีภาพประกอบหรือหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจน
- วิธีการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
- วิธีการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น
- ความคิดเห็นของชุมชนที่มีต่อภูมิปัญญานั้น ๆ
- ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ด้วย

กำหนดส่ง ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ เป็นรูปเล่มรายงานสมบูรณ์และ C.D. Rom พร้อมนำเสนอในห้องเรียนด้วย powerpoint กลุ่มละ ๑๐ นาที

รูปภาพของจุฬาภรณ์ สุดสุข
โดย จุฬาภรณ์ สุดสุข - Sunday, 27 November 2011, 03:32PM
บุคคลทั่วไป

ทัมอารายม่ด้ายสักอย่างเลย เข้าด้ายแต่จาทัมนั้นทัมนี้ม่ะด้ายเลยสักอย่าง เอ๊ะมันยังไง

รูปภาพของบุปผาวรรณ เฉลิมวงค์
บุคคลทั่วไป

ในการสร้างบทเรียน e-learning เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ได้เป็นอย่างดี และถือได้ว่ามีความนิยมมากในยุคปัจจุบัน ผู้สอนสามารถใช้เป็นเครื่องในการจัดการเรียนการสอนได้ เนื่องจากว่า ผู้สอน ในการจัดการเรียนการสอนแบบ e-Learning นั้น จะเปลี่ยนบทบาทจากการที่เป็นผู้บรรยาย และป้อนข้อมูลให้กับผู้เรียน มาเป็นผู้ที่จัดหาเนื้อหาวิชาการ ออกแบบขั้นตอนการเรียนรู้ของผู้เรียน และอำนวยความสะดวกการจัดเตรียมเนื้อหาวิชา ทำการวิเคราะห์ และคัดเลือกเนื้อหา โดยแบ่งออกเป็นส่วนๆ ส่วนที่สำคัญที่นักศึกษาจำเป็นต้องเข้าใจ และ จดจำได้ ส่วนที่นักศึกษานักศึกษาต้องคิดวิเคราะห์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการคิดต่อยอดและประยุกต์ใช้ และ เนื้อหาส่วนที่เป็นความรู้เสริมประกอบการเรียนในวิชานั้นๆ ในบทเรียน e-learning ด้วย MOODLE นี้มีส่วนประกอบที่ช่วยจัดการบทเรียนที่เป็นมาตรฐาน ที่เรียกว่า มาตรฐาน SCORM (Sharable Content Object Reference Model) ซึ่งเป้นมาตรฐานของการทำบทเรียน e-elarning

ในการสร้างบนเรียน e-elarning ผู้สอนจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง หลังการมีพื้นที่การจัดการ e-learning แล้ว

  1. เนื้อหา บทเรียน
  2. ข้อสอบ
  3. ใบงาน/แบบทดสอบ
  4. กิจกรรมการบ้าน

ขั้นตอนของการนำเข้าบทเรียนประกอบด้วย

กรณีของเนื้อหาบทเรียนเป็น File .doc, .pdf, .ppt, .flv, .mpeg เป็นต้น ผู้สอนสามารถนำเข้าโดยมีขั้นตอนดังนี้

1. เข้าสู่รายวิชา โดยผ่านเว็บไซต์ http://lms.ubru.ac.th

2. ในสัปดาที่ที่ต้องการเพิ่มเนื้อหา เลือก เพิ่มแหล่งข้อมูล เลือกแบบไฟล์หรือเว็บไซต์

3. จัดการพื้นที่เก็บไฟล์โดยการสร้าง แฟ้มใหม่ จากนั้นทำการเลือกไฟล์สำหรับการอัพโหลด

4. เลือกไฟล์

5.เสร็จสิ้นการทำงานโยเลือกบันทึกแล้วกลับสู่หน้าแรกของรายวิชา

การนำเข้าข้อสอบ แบบ หลายตัวเลือก

มีขั้นตอนง่ายๆ คือ

1. จัดรูปแบบของข้อสอบ ใน Notepad ซึ่ง Encoding เป็นชนิด UTF-8

2. สร้างชุดข้อสอบ และกำหนดเงื่อนไขของชุดข้อสอบซึ่งประกอบด้วย วันเวลา

[ แก้ไขแล้ว: Tuesday, 30 August 2011, 08:21PM ]
รูปภาพของวีรวัฒน์(เบนซ์) บับพาน
บุคคลทั่วไป

แนวดีครับ


รูปภาพของurosewalee@ubru.ac.th urosewalee@ubru.ac.th
โดย urosewalee@ubru.ac.th urosewalee@ubru.ac.th - Monday, 21 February 2011, 03:30PM
บุคคลทั่วไป

โครงการเพิ่มขีดความสามารถของคณะครุศาสตร์สู่การเป็นองค์กรพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ (Humanized Educare)

 

 

การประชุมสัมมนาทางวิชาการเพื่อนำเสนอผลงานวิจัย 

งาน“ราชภัฏวิชาการเฉลิมพระเกียรติและสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ”   

วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ 

ณ ห้องบงกช อาคาร 6  (MBA)   มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

รูปภาพของsumalee chuachai
โดย sumalee chuachai - Thursday, 25 November 2010, 07:29PM
บุคคลทั่วไป
          วิชาคอมพิวเตอร์จัดได้ว่าเป็นวิชาการที่ค่อนข้างใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับวิชาอื่น ๆ ที่ปรากฎในหลักสูตรการเรียนการสอนในแทบทุกระดับชั้น ดังนั้นวิชาคอมพิวเตอร์จึงเป็นวิชาที่ยังขาดกระบวนวิธีในการสอนเป็นการเฉพาะ ในขณะที่วิชาอื่น ๆ จะมีวิธีสอนเฉพาะของตนเอง เช่น วิธีการสอนวิชาคณิตศาสตร์ วิธีการสอนวิชาภาษาไทย หรือวิธีการสอนวิชาสังคมศึกษา เป็นต้น ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีผู้พัฒนาทรัยากรช่วยสอนวิชาคอมพิวเตอร์ออกมามากมาย อาทิเช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น แต่ถึงกระนั้น กระบวนการสอนที่เป็นวิธีการ (Activity) ก็ยังไม่ค่อยมีใครพัฒนาขึ้นมา จากการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการสอนคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะพบว่ามีเว็บเพจที่พูดถึงวิธีสอนวิชาคอมพิวเตอร์น้อยมาก ผู้เขียนจึงเห็นว่าพวกเรา(ครูสอนคอมพิวเตอร์) ทั้งหลายน่าจะมาช่วยกันนำเสนอแนวคิดและเทคนิควิธีสอนจากประสบการณ์ของตนเอง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน อันจะนำมาซึ่งพัฒนาการในการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยต่อไป
         
การสอนวิชาคอมพิวเตอร์นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ 1. การสอนวิชาเชิงทฤษฎีคอมพิวเตอร์ เช่น วิชาพื้นฐานคอมพิวเตอร์ วิชาระบบฐานข้อมูล หรือ วิชาการวิเคราะห์และออกแบบระบบ 2. การสอนวิชาการเขียนโปรแกรม เช่น การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาต่าง ๆ หรือการสร้างโปรแกรมด้วยเครื่องมือกึ่งสำเร็จรูป ( Middle Ware) ทั้งหลาย เช่น โปรแกรม Visual Basic , Delphi หรือAuthorware เป็นต้น 3. การสอนวิชาการใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เช่น วิชาการใช้โปรแกรมประมวลผลคำ หรือวิชาการใช้โปรแกรมวาดและตบแต่งรูปภาพ เป็นต้น ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงเทคนิควิธีสอนวิชาการใช้โปรแกรมประมวลผลคำ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่ 3 โดยจะเน้นเฉพาะเทคนิคการนำเข้าสู่บทเรียน
 
         จากการที่ผู้เขียนได้พิจารณาการสอนของตนเอง และเพื่อนครูด้วยกัน มักพบว่า ครูจะมีวิธีนำเข้าสู่บทเรียน (การเริ่มต้นฝึกใช้โปรแกรม) อยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ 1. เริ่มสอนโดยการแนะนำให้นักเรียนรู้จักหน้าตาและเมนู รวมทั้งแนะนำเครื่องมือ (Toolbar) ต่าง ๆ บนโปรแกรมที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอให้ครบถ้วนก่อนแล้วจึงเริ่มต้นสอนขั้นต่อไป ซึ่งผู้เขียนขอเรียกวิธีสอนแบบนี้ว่า เทคนิคการนำเข้าสู่บทเรียนแบบแนะนำ (Introduction method) ส่วนวิธีที่ 2 คือ ครูเริ่มสอนโดยการให้ผู้เรียนลองพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ซัก 1 ประโยค ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เรียนมักชอบพิมพ์ชื่อของตนเองก่อน แล้วจึงสอนให้ผู้เรียนลองใช้คำสั่งในเมนูและเครื่องมือในแถบเครื่องมือมาบูรณาการ ปรับแต่งข้อความที่ตนเองพิมพ์ลงไปให้สวยงามถูกใจ ผู้เขียนเรียกวิธีสอนแบบนี้ว่า เทคนิคการนำเข้าสู่บทเรียนแบบสร้างผลผลิต (Production Method)

           จากประสบการณ์การสอนของผู้เขียน พบว่าวิธีที่ 2 (Production Method) จะเป็นวิธีที่กระตุ้นและเร่งเร้าความสนใจของผู้เรียนได้ดีกว่าวิธีที่ 1 (Introduction Method) ทั้งนี้เนื่องจากวิธีการสอนแบบสร้างผลผลิตนั้น นักเรียนจะได้เรียนรู้และฝึกฝนในสิ่งที่มีความหมาย (Meaningfull Learning) ซึ่งหมายถึงการพิมพ์ข้อความที่อ่านออกมีความหมาย และสามารถใช้คำสั่งตบแต่งปรับปรุงข้อความนั้นได้ตามที่ต้องการเมื่อเริ่มหัดใช้โปรแกรม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยทางการศึกษาหลาย ๆ เรื่องที่กล่าวถึงวิธีสอนที่มีความหมาย จะได้ผลสัมฤทธิ์สูงกว่าวิธีสอนที่ไม่มีความหมาย และด้วยการถูกกระตุ้นอย่างมีความหมายเช่นนี้ จึงทำให้นักเรียนเกิดความสนใจที่จะเรียนรู้ต่อไปอีก ซึ่งทำให้ชั้นเรียนวิชาการใช้โปรแกรมประมวลผลคำมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ ส่วนวิธีนำเข้าสู่บทเรียนแบบแนะนำนั้น ผู้เขียนพบว่ามักจะทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย เนื่องจากต้องนั่งดูและฟังเฉย ๆ จนกว่าครูจะแนะนำส่วนต่าง ๆ ของโปรแกรมได้หมด นอกจากจะเป็นการเสียเวลาเปล่าแล้ว ยังทำให้ชั้นเรียนเกิดสภาวะเฉื่อยชา และบั่นทอนความสนใจของนักเรียนลงไปในที่สุด

           โดย : นาย สมบูรณ์ แซ่เจ็ง, วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000, วันที่ 2 พฤศจิกายน 2544
ที่มา :  http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-88.html
[ แก้ไขแล้ว: Thursday, 25 November 2010, 07:32PM ]